6/recent/ticker-posts

รีวิว Tales of Berseria Remastered รอยแค้นอสูรกลืนวิญญาณ


Tales of Berseria Remastered ไม่ใช่เพียงแค่การหยิบเกมเก่ามาปัดฝุ่นขายใหม่ แต่มันคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในโปรเจกต์เฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของซีรีส์ Tales of ที่ Bandai Namco ตั้งใจปลุกปั้นภายใต้ชื่อ Tales Remastered Project ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2024 โดยมีเป้าหมายหลักในการพาเหล่าเกมเมอร์ยุคใหม่กลับไปสัมผัสความคลาสสิกของซีรีส์บนแพลตฟอร์มปัจจุบันอย่าง PS5, Xbox Series X|S, Nintendo Switch และ PC หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการส่ง Tales of Graces f Remastered และ Tales of Xillia Remastered มาชิมลางก่อนหน้านี้

การเลือก Berseria ซึ่งเป็นภาคที่ 16 ของซีรีส์หลักมาทำรีมาสเตอร์ในครั้งนี้ถือเป็นจังหวะที่น่าสนใจมาก เพราะตัวเกมต้นฉบับที่วางจำหน่ายในปี 2016 นั้นถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในภาคที่มีเนื้อหาดราม่าเข้มข้นที่สุดและมีตัวเอกหญิงอย่าง Velvet Crowe ที่ฉีกขนบฮีโร่สายสว่างแบบเดิม ๆ จนกลายเป็นขวัญใจแฟนเกมทั่วโลก ความพิเศษของฉบับ Remastered ได้ให้ความสำคัญกับการปรับปรุง Quality of Life โดยไม่ได้แตะต้องโครงสร้างเนื้อหาที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว แต่เน้นไปที่การลดความซ้ำซากและเพิ่มความสะดวกสบาย เช่น การเพิ่มระบบช่วยนำทาง การปรับปรุงระบบที่ช่วยให้ผู้เล่นเลือกที่จะเลี่ยงการปะทะได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือการปลดล็อก Grade Shop ให้เข้าถึงได้ตั้งแต่ต้นเกมเพื่อให้ผู้เล่นสามารถปรับแต่งประสบการณ์การเล่นได้ตามใจชอบ นอกจากนี้ยังมีการรวบรวม DLC ดั้งเดิมมากกว่า 70 รายการมาไว้ในชุดเดียวทำให้เวอร์ชันนี้กลายเป็น Definitive Edition ที่แท้จริง

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวเริ่มต้นในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่แสนสงบสุขของ Velvet Crowe หญิงสาวผู้มีจิตใจอ่อนโยนที่ใช้ชีวิตอยู่กับ Laphicet น้องชายผู้ร่ายกายอ่อนแอและ Artorius Collbrande พี่เขยที่เป็นอาจารย์สอนวิชาการต่อสู้และเป็นที่พึ่งของครอบครัวหลังจากพี่สาวของเธอเสียชีวิตไปในเหตุการณ์ประหลาดเมื่อหลายปีก่อน ทว่าในคืนที่ดวงจันทร์กลายเป็นสีเลือดที่เรียกกันว่า Scarlet Night ฝันร้ายก็กลับมาเยือนอีกครั้ง เมื่อโรคประหลาดที่เปลี่ยนคนให้กลายเป็นปีศาจระบาดไปทั่วหมู่บ้าน Velvet ได้พยายามออกไปตามหาน้องชายแต่กลับพบภาพที่แตกสลายเมื่อ Artorius กำลังใช้ร่างของ Laphicet เป็นเครื่องสังเวยเพื่ออัญเชิญเทพเจ้ามาช่วยโลกตามความเชื่อของเขา Velvet พยายามเข้าไปขัดขวางแต่ไม่สำเร็จ ความเจ็บปวดและความโกรธแค้นทำให้แขนซ้ายของเธอถูกคำสาปกลืนกินจนกลายเป็น Therion หรือปีศาจที่กินปีศาจด้วยกันเอง

เธอถูก Artorius จับขังไว้ในคุกใต้ดินลึกที่เกาะ Titania นานถึง 3 ปี โดยมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการกลืนกินปีศาจที่ถูกโยนลงมาเป็นอาหารเพื่อรอวันล้างแค้น จนกระทั่งวันหนึ่ง Seres อดีตผู้ติดตามของ Artorius ได้มาช่วยเธอแหกคุกออกมา Velvet เริ่มต้นการเดินทางที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความแค้น โดยเธอได้รวบรวมพรรคพวกที่เป็นบุคคลนอกคอกในสายตาชาวโลก ทั้ง Rokurou ซามูไรที่กลายเป็นปีศาจ, Magilou แม่มดจอมเพี้ยน, Eizen โจรสลัดที่แบกรับคำสาป และ Eleanor นักรบสาวจากองค์กร Abbey ที่ตอนแรกเป็นศัตรูแต่กลับต้องมาร่วมทางเพราะต้องการพิสูจน์ความจริง ในระหว่างทาง Velvet ได้พบกับเด็กชายเผ่า Malak ที่หน้าตาเหมือนน้องชายเธอและตั้งชื่อให้ว่า Phi ซึ่งการมีอยู่ของเด็กชายคนนี้เริ่มทำให้หัวใจที่เย็นชาของเธอกลับมามีความเป็นมนุษย์อีกครั้ง

ในขณะที่ฝั่ง Artorius ได้สถาปนาตนเองเป็น The Shepherd และก่อตั้งองค์กร Abbey เพื่อควบคุมโลกด้วยโดยการพยายามกำจัดอารมณ์ของมนุษย์ทิ้งไปเพื่อให้โลกสงบสุขอย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่มีปีศาจเกิดขึ้นอีก Velvet และพวกพ้องจึงกลายเป็นจอมมารในสายตาคนทั้งโลกที่ต้องเข้าขัดขวางแผนการนี้ เพราะเธอมองว่าการมีชีวิตอยู่อย่างหุ่นยนต์ที่ไร้อารมณ์ไม่ใช่ความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง ท้ายที่สุดเธอค้นพบความจริงที่เจ็บปวดว่าการตายของน้องชายและการตัดสินใจของ Artorius มีเบื้องหลังที่ซับซ้อนเกี่ยวกับการเกิดและดับของเทพเจ้า และเธอต้องตัดสินใจว่าจะดับแค้นนี้อย่างไรโดยไม่ให้โลกต้องล่มสลายไปพร้อมกับความพยาบาทของเธอเอง

เกมเพลย์

ระบบต่อสู้ใน Tales of Berseria Remastered ยังคงใช้ระบบ Liberation-LMBS ที่ในภาคเก่าตัวละครจะเคลื่อนที่ไปตามเส้นตรงเข้าหาศัตรูได้เท่านั้น แต่ในภาคนี้สามารถวิ่งไปมาในฉากต่อสู้ได้อย่างอิสระ 360 องศาและสามารถหมุนมุมกล้องได้ตามใจชอบ ทำให้การต่อสู้สามารถเคลื่อนที่เพื่อโจมตีหรือหลบหลีกได้อย่างลื่นไหล และภาคนี้จะมีระบบ Soul Gauge ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่เปลี่ยนจังหวะการต่อสู้

 

ทั้งนี้ผู้เล่นจะไม่ได้ถูกจำกัดด้วยค่า MP อีกต่อไปแต่จะใช้ท่วงท่าการโจมตีที่เรียกว่า Artes โดยมี  Soul Gauge เป็นตัวกำหนดจำนวนท่า Artes ที่สามารถใช้ต่อเนื่องกันได้ในหนึ่งชุด เช่น มี 3 Soul ก็ใช้ได้ 3 ท่า ซึ่งเราสามารถแย่งชิง Soul มาจากศัตรูได้ผ่านการกำจัดศัตรูหรือทำให้ติดสถานะผิดปกติทำให้การต่อสู้สามารถพลิกผันได้ตลอดเวลา

สลับตัวละครด้วย Switch Blast

ระบบการแท็กตัวละครเข้า-ออกสนามต่อสู้ที่สำคัญมากโดยใช้แต้ม Blast Gauge ตัวละครที่เปลี่ยนลงมาจะโจมตีด้วยท่าเฉพาะตัวSwitch Attack ทันทีทำให้สามารถสร้างคอมโบร่วมกันระหว่างสมาชิกในทีม หรือใช้ล้างสถานะผิดปกติให้กับตัวละครที่ออกจากสนามต่อสู้ในการใช้งานมีประโยชน์ทั้งในเชิงกลยุทธ์และการบริหารทรัพยากรอย่างมาก


จุดเด่นสำคัญของ Switch Attack

  • ความเสียหายตามค่า Attack: พลังโจมตีของ Switch Attack จะอ้างอิงจากค่าโจมตีของตัวละครเป็นหลัก
  • การขัดจังหวะศัตรู:  Switch Attack มีคุณสมบัติในการทำให้ศัตรู Knockdown หรือชะงัก 
  • สถานะผิดปกติ: บางท่าสามารถ ขโมย Buff จากศัตรู หรือทำให้ศัตรูติดสถานะผิดปกติได้ทันทีหากโจมตีโดน           
  • ท่าประสาน Dual Mystic Artes: ใช้ BG 5 แต้มจากตัวละครสองตัวรวมกันในการทำท่าไม้ตายคู่ Dual Mystic Arte โดยต้องกดสลับตัวละครในจังหวะที่กำหนด เป็นท่าที่มีดาเมจสูงที่สุดในเกม

*หากกดป้องกันในขณะสลับตัว ตัวละครที่เข้ามาจะอยู่ในท่าป้องกันแทนและจะไม่ใช้ท่า Switch Attack*

ท่าไม้ตาย Mystic Artes

แต่ละตัวละครจะมีท่าไม้ตายทั้งหมด 3 ระดับ และท่าประสานอีก 1 ท่า ซึ่งต้องใช้ค่า Blast Gauge ในการใช้งาน

  • ระดับที่ 1: ปลดล็อกตามเนื้อเรื่องช่วงต้นเกมใช้ 3 BG 
  • ระดับที่ 2: ทำคอมโบต่อเนื่องอย่างน้อย 8 Hits และใช้ Break Soul ในตอนท้ายคอมโบใช้ 4 BG
  • ระดับที่ 3: ต้องอยู่ในสถานะ Break Soul หรือต่อคอมโบที่ยาวมากและต้องมีไอเทม Gladiator's Ventite ใช้ 5 BG

การสำรวจ

การสำรวจโลกของเกม Tales of Berseria ในฉบับ Remastered ถูกปรับแต่งให้มีความคล่องตัวและลดความยืดเยื้อที่เคยเป็นจุดอ่อนในอดีต โดยยังคงพื้นฐานของแผนที่ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อพื้นที่ต่าง ๆ ในอาณาจักร Midgand ตั้งแต่ทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ไปจนถึงคุกใต้ดินหรือบ้านเมืองที่ทันสมัย สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในการสำรวจนี้คือการเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ซึ่งช่วยให้การวิ่งผ่านแผนที่ขนาดกว้างขวางเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่น่าเบื่อเหมือนก่อน อีกทั้งอุปกรณ์เคลื่อนที่อย่าง Geoboard ยังถูกปรับปรุงให้ใช้งานได้รวดเร็วและลื่นไหลขึ้น ช่วยให้การสำรวจซอกมุมต่างๆ เพื่อตามหาหีบสมบัติหรือเก็บสะสม Katz Spirits กลายเป็นกิจกรรมที่เพลิดเพลินมากกว่าจะเป็นภาระของผู้เล่น

นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มสัญลักษณ์จุดหมายที่ชัดเจนบนแผนที่เพื่อลดความสับสนในการเดินทางตามเนื้อเรื่องหลักซึ่งในภาคนี้ผู้เล่นสามารถเลือก เปิดหรือปิดการเผชิญหน้าศัตรูได้ตามต้องการ ช่วยให้ผู้เล่นที่ต้องการโฟกัสกับการค้นหาความลับหรือเดินเสพเนื้อเรื่องสามารถทำได้โดยไม่โดนขัดจังหวะจากการต่อสู้ที่ซ้ำซาก

การพัฒนาตัวละคร

การพัฒนาตัวละครใน Tales of Berseria Remastered นั้นจะไม่มีกระดานให้เราได้ปลดล็อกความสามารถอย่างภาคก่อน ๆ แต่ก็ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การอัปเลเวลเพื่อเพิ่มค่าสถานะเท่านั้น แต่เป็นระบบที่มีความลึกและเชื่อมโยงกับการสะสมไอเทมผ่านระบบ Equipment Master Skills โดยอุปกรณ์แต่ละชิ้นจะมีทักษะเฉพาะตัวติดมาด้วย เมื่อตัวละครสวมใส่และสะสมค่าประสบการณ์จนเชี่ยวชาญระดับ Master ทักษะเหล่านั้นจะถูกติดตั้งเข้ากับตัวละครแบบถาวรแม้ว่าจะเปลี่ยนไปใส่ชุดอื่นแล้วก็ตาม ระบบนี้ทำให้ผู้เล่นออกตามล่าหาอุปกรณ์ใหม่ๆ และสนุกกับการทดลองผสมผสานความสามารถที่หลากหลายเพื่อสร้างตัวละครในสไตล์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเน้นพลังโจมตีที่รุนแรง การลดระยะเวลาการร่ายเวท หรือการเพิ่มโอกาสในการแย่งชิง Soul จากศัตรูก็ตาม

การยกระดับกราฟิก

ภาพกราฟิกที่เคยถูกจำกัดด้วยขีดความสามารถของยุค PS3/PS4 ถูกแทนที่ด้วยความคมชัดระดับ 4K ที่มาพร้อมกับเฟรมเรตที่ลื่นไหลระดับ 60 FPS ช่วยให้การสำรวจและการต่อสู้ฉับไวมากกว่าที่เคยเป็นมา 

เพิ่มความสะดวกสบายในการเล่น

ยกระดับคุณภาพชีวิตเข้ามาอย่างเต็มที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นกว่าเวอร์ชันต้นฉบับกับระบบ Grade Shop เปรียบเสมือนร้านค้าพิเศษสำหรับปรับแต่งตัวเกมโดยใช้แต้ม Grade คะแนนที่ได้รับจากการต่อสู้เป็นสกุลเงินในการแลกรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ และในส่วนของการสำรวจ
ยังเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ และระบุจุดหมายภารกิจหลัก และไอคอนสำหรับอีเวนต์ย่อยบนแผนที่และ Mini-map เพื่อไม่ให้หลงทาง Fast Travel ก็สามารถใช้ได้ตั้งแต่ต้นเกมด้วยอุปกรณ์วาร์ป ในส่วนของการต่อสู้สามารถ เปิด-ปิดการปะทะกับศัตรูได้ตามใจชอบ หากปิดไว้เมื่อเดินชนศัตรูในฉากฟีลด์หรือดันเจี้ยนจะไม่มีการตัดเข้าฉากต่อสู้ (ยกเว้นบอสหรืออีเวนต์) หากแพ้ในการต่อสู้ระดับปกติสามารถกด Retry เพื่อเริ่มสู้ใหม่ได้ทันทีจากหน้า Game Over อีกทั้งยังมีระบบ Quick Save ที่สามารถเซฟเกมที่ไหนก็ได้อีกด้วย ไปจนถึงการปรับปรุง UI ให้รองรับความละเอียดสูงทำให้การอ่านค่าสถานะและการคราฟต์อุปกรณ์ทำได้ง่ายสบายตาขึ้น 

คอนเทนต์มาแบบจัดเต็ม

การรวบรวมเนื้อหาเสริม  DLC ในเวอร์ชัน Remastered นี้ถือเป็นการยกระดับความคุ้มค่าที่สุดสำหรับแฟนเกมโดยการรวบรวมเอาคอลเลกชันชุดคอสตูมและเครื่องประดับตกแต่งมากกว่า 70 รายการที่เคยต้องซื้อแยกในอดีต ตั้งแต่ชุดว่ายน้ำ ชุดนักเรียน ไปจนถึงชุดจากตัวละครระดับตำนานในซีรีส์ Tales of ภาคก่อน ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มสีสันและความหลากหลายในการเล่น นอกจากนี้ยังมัดรวมชุดไอเทมสนับสนุนการผจญภัยที่ช่วยลดระยะเวลาในการฟาร์ม ทั้งสมุนไพรเพิ่มค่าสถานะถาวรและไอเทมฟื้นฟูระดับสูง รวมถึงการปลดล็อกบทสนทนาพิเศษที่หาดูไม่ได้ในเนื้อเรื่องหลักซึ่งช่วยขยายมิติความสัมพันธ์ของตัวละครให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทำให้การรีมาสเตอร์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปรับปรุงภาพให้คมชัด แต่เป็นการมอบประสบการณ์การเล่นที่สมบูรณ์แบบในการกลับมาในครั้งนี้

สรุป

ถือเป็นการปลุกชีพตำนานบทที่มืดหม่นที่สุดของซีรีส์อย่าง Tales of Berseria Remastered ให้กลับมาโลดแล่นได้อย่างสมศักดิ์ศรีบนเครื่องเล่นเกมในยุคปัจจุบัน แม้ว่ามันจะเป็นการนำเกมจากยุค 2016 มาขัดเกลาใหม่ แต่ตัวเกมก็ได้ยกระดับประสบการณ์การเล่นด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพต่าง ๆ ไม่ว่าจะการรันบนความละเอียด 4K ที่เฟรมเรต 60fps  และแทบจะไม่มีการโหลดฉากให้กวนใจเหมือนในอดีต ทำให้จังหวะการตัดเข้าสู่การต่อสู้นั้นทำได้รวดเร็วต่อเนื่องจนทำให้การฟาร์มเลเวลหรือการออกสำรวจแผนที่กว้าง ๆ กลายเป็นเรื่องสนุกขึ้นมากและในส่วนของ Quality of Life หรือการอำนวยความสะดวกให้ผู้เล่นที่ไม่ต้องทนกับระบบเดิม ๆ ที่อาจจะเชยไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ของตัวละครตั้งแต่ต้นเกม ระบบการวาร์ปที่ยืดหยุ่นขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือการเปิดให้เข้าถึง Grade Shop ได้ทันที นอกจากนี้การรวบรวม DLC คอสตูมและไอเทมเสริมเกือบทั้งหมดก็ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการสะสม ทำให้ภาพรวมของเวอร์ชันนี้ไม่ใช่แค่การพอร์ตเกมเก่ามาขายใหม่ แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์การผจญภัยที่ขมขื่นแต่ตราตรึงใจของ Velvet ให้สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับแพลตฟอร์มยุคปัจจุบันตกหล่นหรือผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี่

ข้อดี

  • กราฟิกรีมาสเตอร์สวยสดใส อนิเมชั่นลื่นไหล
  • เนื้อเรื่องเข้มข้นระบบต่อสู้ท้าทาย ผสมกลยุทธ์และความรวดเร็วได้อย่างลงตัว
  • DLC รวมครบแทบทุกชุดเพิ่มความสนุกและความหลากหลายในการเล่น
  • Quality of Life ทำให้เข้าถึงเกมง่ายขึ้น 


ข้อเสีย

  • แม้จะปรับความละเอียดสูงขึ้น แต่ฉากและโมเดลยังคงอิงจากยุค PS3/PS4 ทำให้บางพื้นที่อาจดูโล่งหรือขาดรายละเอียด
  • ดีไซน์ของดันเจี้ยนบางแห่งยังคงมีความซ้ำซากและเดินเป็นเส้นตรงมากเกินไป
  • แผนที่แสดงตำแหน่งจุดหมายที่ต้องไปซับซ้อนเกินไป

คะแนนรวม 8/10

Tales of Berseria Remastered วางจำหน่ายแล้ววันนี้บนแพลตฟอร์ม PlayStation5, Xbox Series X/S, Switch และ PC

ทีมงาน P4G ขอขอบคุณ Bandai Namco Entertainment สำหรับตัวเกมเพื่อการรีวิวมา ณ ที่นี้

REVIEW byTAMAHOMME

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น