MY HERO ACADEMIA: All's Justice ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด Beyond the Arena ไม่ใช่เพียงแค่การหยิบเอาอนิเมะมาทำเป็นเกมต่อสู้เหมือนที่ผ่านมาโดยทีมพัฒนาได้ใช้เวลาเตรียมการกว่า 4 ปี เพื่อเปลี่ยนโฉมจากเกมต่อสู้ในสังเวียนแบบเดิมสู่รูปแบบ Open-World Action RPG อย่างเต็มตัวคือการมอบอิสระให้ผู้เล่นสวมบทบาทเป็นฮีโร่ที่ต้องออกลาดตระเวนในเมืองขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ระบบการเล่นไม่ได้จำกัดแค่การต่อสู้ แต่รวมไปถึงการกู้ภัย การสืบสวน และการตัดสินใจในเหตุการณ์วิกฤตที่ส่งผลต่อค่า Public Trust ซึ่งเป็นหัวใจหลักของภาคนี้ นอกจากงานภาพที่สวยงามระดับภาพยนตร์อนิเมชั่นแล้ว ตัวเกมยังชูจุดเด่นด้วยระบบ Quirk Evolution ที่ให้อิสระในการพัฒนาพลังอัตลักษณ์ได้ตามสไตล์การเล่นของเราเอง พร้อมทั้งการกลับมาของเหล่าตัวละครที่คุ้นเคยให้เลือกเล่นมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในเกมซีรีส์นี้ และเนื้อเรื่องที่เข้มข้นสู่บทสรุปของเรื่องราวและจิตวิญญาณ Plus Ultra ที่สะสมมาตลอดทศวรรษ เพื่อมอบคำตอบให้แก่แฟนๆ ว่า การเป็นฮีโร่ที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร
โหมดเนื้อเรื่อง
MY HERO ACADEMIA: All’s Justice โหมดเนื้อเรื่องนั้นเน้นการถ่ายทอดประสบการณ์ช่วง Final War Arc (สงครามสุดท้าย) ของซีรีส์อย่างเข้มข้นผ่านมุมมองของตัวละครทั้ง 7 ทั้งฝั่ง ฮีโร่ และ วิลเลิน ทำให้เห็นมิติของสงครามและอุดมการณ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
ภาคนี้มีการพัฒนาคัทซีนในเกมที่แสดงอารมณ์ตัวละครได้ดีขึ้น พร้อมเสียงพากย์เต็มรูปแบบ และมีฉากพิเศษเฉพาะเวอร์ชันเกมที่ไม่เคยปรากฏในอนิเมะ โดยเนื้อหาจะครอบคลุมจนถึงการต่อสู้ในศึกตัดสินระหว่าง One For All และ All For One ที่การต่อสู้จะค่อยๆ ทวีความยากขึ้นตามสถานการณ์พร้อมเงื่อนไขพิเศษในแต่ละด่านที่ท้าทายฝีมือผู้เล่น
โหมดการเล่นเสริมที่ขยายเนื้อเรื่อง
นอกเหนือจากโหมดเนื้อเรื่องแล้วจุดเด่นในภาคนี้ก็คือการเล่นแบบ Open-World ที่กว้างใหญ่และไร้รอยต่อครอบคลุมตั้งแต่โรงเรียนยูเอย์ ย่านการค้า ไปจนถึงพื้นที่สลัมที่วิลเลินกบดานอยู่ โดยการใช้พลังของแต่ละตัวละครในการสำรวจโลก ตัวเราจะมี Smartphone ในการใช้งานเข้าถึงโหมดอื่น ๆ ได้อย่างอิสระ
แม้จะเป็นโลก Open-World แต่ระบบทำลายล้างยังคงทำงานอยู่ หากเกิดการปะทะกันในเมือง ตึกรามบ้านช่องและสิ่งก่อสร้างจะเสียหายทิ้งร่องรอยไว้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง เพิ่มความรู้สึกสมจริงของเกมให้กลายเป็นสังคมฮีโร่อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีโหมดการเล่นอื่นๆ ที่ช่วยเติมเต็มเนื้อหาให้สมบูรณ์ ดังนี้
Hero's Diary: โหมดนี้เน้นไปที่ชีวิตประจำวันและภารกิจพิเศษของนักเรียนห้อง 1-A แต่ละคน ซึ่งมีเรื่องราวออริจินัลที่ไม่เคยปรากฏในอนิเมะ
Archives Battle: โหมดที่ย้อนกลับไปเล่นฉากการต่อสู้ระดับตำนานจากซีซัน 1-7 เพื่อรวบรวมความทรงจำของเหล่าฮีโร่
Team Up Mission: โหมดกึ่ง Open-World ที่ให้เราร่วมทีมกับนักเรียนห้อง 1-A ออกทำภารกิจในเมืองจำลอง ซึ่งมีเนื้อหาออริจินัลแทรกอยู่
เกมเพลย์ระบบต่อสู้
ระบบต่อสู้ใน MY HERO ACADEMIA: All's Justice ยังคงเป็นการต่อสู้แบบ 3 vs 3 ในขณะที่ตัวละครหลักสู้ อีก 2 ตัวละครในทีมจะทำหน้าที่เป็น Sidekick ซึ่งมีระบบใหม่
- Defense Call: เรียกเพื่อนออกมากันการโจมตีหรือช่วยสะท้อนดาเมจในจังหวะที่เราโดนคอมโบ (Combo Breaker)
- Attack Assist: เรียกเพื่อนออกมาช่วยต่อคอมโบหรือใช้ท่าไม้ตายต่อเนื่อง
ภาคนี้ได้ยกเครื่องเอนจิ้นใหม่หมดเพื่อรองรับพลังทำลายล้างระดับ "Plus Ultra" โดยเปลี่ยนจากเกมต่อสู้แบบเดิมสู่ระบบ High-Speed Open-Field Combat ที่ดุเดือดขึ้นทำให้พลังอัตลักษณ์ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมได้จริงฉากการต่อสู้ในเมืองมูซึตาฟุจะพังพินาศตามความแรงของท่าไม้ตาย ทุกอย่างในฉาก ตั้งแต่เสาไฟ รถยนต์ ไปจนถึงอาคารขนาดใหญ่ สามารถถูกทำลายได้จากการปะทะ ระบบนี้ไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงาม แต่เศษซากจากการพังทลายสามารถนำมาใช้เป็นที่กำบังในระหว่างการต่อสู้ได้จริง
อิสระในการควบคุม
ระบบ Quirk Combo & Plus Ultra Meter
- Custom Combo: ผู้เล่นสามารถสลับใช้ท่าโจมตีเบาและหนักเพื่อสร้างคอมโบเฉพาะตัว และสามารถเรียก Sidekick ออกมาช่วยโจมตีสนับสนุนเพื่อต่อคอมโบให้ยาวขึ้นได้
- Final Smash: เมื่อเกจ Plus Ultra เต็ม จะสามารถปลดปล่อยท่าไม้ตายสูงสุดที่มีคัทซีนสุดอลังการ ซึ่งความแรงจะขึ้นอยู่กับค่า Public Trust หรือแรงสนับสนุนจากประชาชนในขณะนั้นด้วย
ตัวละครและการปรับแต่ง
ถือว่าเป็นการรวมพลครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เกมฮีโร่โดยมีตัวละครให้เลือกเล่นมากกว่า 60 ตัว ครอบคลุมตั้งแต่รุ่นบุกเบิกไปจนถึงศึกสุดท้าย และในส่วนการปรับแต่งถูกแบ่งออกเป็น 2 โหมดหลักเพื่อตอบโจทย์ทั้ง "รูปลักษณ์ตัวละคร" และ "เอกลักษณ์ของผู้เล่น"
โหมดปรับแต่งโปรไฟล์ผู้เล่น (Player Profile Customization)
- การ์ดผู้เล่น (Player Card): ออกแบบนามบัตรของคุณด้วยการเลือก สัญลักษณ์ , พื้นหลัง และฉายาที่ปลดล็อกได้จากภารกิจต่างๆ
- สติกเกอร์และอาร์ตเวิร์ก (Stickers & Illustrations): ตกแต่งการ์ดด้วยภาพวาดระดับตำนานจากมังงะหรืออนิเมะ เพื่อโชว์ความคลั่งไคล้ในซีรีส์ให้คู่ต่อสู้เห็นก่อนเริ่มแมตช์
โหมดปรับแต่งตัวละคร (Character Customization)
- เครื่องแต่งกาย (Outfits): น่าเสียดายที่ภาคนี้ไม่ได้แยกชิ้นส่วนสวมใส่แบบภาคก่อนแต่มาเป็นแบบชุดยกเซ็ตที่มีโทนสีให้เลือกหลากหลายเฉดสีแค่นั้น
- เสียงและท่าทาง (Voice & Emotes): เลือกเสียงพากย์ตอนเข้าสู้ (Entrance) หรือตอนใช้ท่า Plus Ultra รวมถึงท่าโพสตอนชนะ (Victory Pose) เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ตัวเกมใช้เทคโนโลยี Cel-shading ที่ไม่ได้แค่ทำให้ออกมาเหมือนการ์ตูน แต่เป็นการดึงเอาเอกลักษณ์การลงเส้นพู่กันที่ดุดันของอาจารย์โฮริโกชิมาใช้ในรูปแบบ 3D เส้นขอบตัวละครจะมีความหนาบางตามจังหวะการเคลื่อนไหว และมีการใช้ Onomatopoeia (ตัวอักษรเอฟเฟกต์เสียงแบบญี่ปุ่น) ปรากฏขึ้นมาในจังหวะการปะทะหนักๆ ทำให้ดูเหมือนหลุดออกมาจากมังงะ
งานภาพกราฟิก
ตัวเกมใช้เทคโนโลยี Cel-shading ที่ไม่ได้แค่ทำให้ออกมาเหมือนการ์ตูน แต่เป็นการดึงเอาเอกลักษณ์การลงเส้นพู่กันที่ดุดันของอาจารย์โฮริโกชิมาใช้ในรูปแบบ 3D เส้นขอบตัวละครจะมีความหนาบางตามจังหวะการเคลื่อนไหว และมีการใช้ Onomatopoeia (ตัวอักษรเอฟเฟกต์เสียงแบบญี่ปุ่น) ปรากฏขึ้นมาในจังหวะการปะทะหนักๆ ทำให้ดูเหมือนหลุดออกมาจากมังงะ
สรุป
MY HERO ACADEMIA: All's Justice ถือเป็นบทสรุปทางการสู้รบที่ทะเยอทะยานและสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่ซีรีส์นี้เคยเนรมิตขึ้นมา โดยตัวเกมได้ก้าวข้ามขีดจำกัดจากภาคก่อน ๆ ผ่านเหตุการณ์มหาสงครามครั้งสุดท้ายที่ผู้เล่นจะได้สวมบทบาทสลับมุมมองระหว่างฝั่งฮีโร่และวิลเลิน เพื่อสัมผัสถึงน้ำหนักของคำว่ายุติธรรมที่แตกต่างกันในจิตใจของแต่ละตัวละคร ซึ่งความโดดเด่นที่สุดของภาคนี้หนีไม่พ้นระบบการต่อสู้ที่ถูกอัปเกรดทำให้ทุกอัตลักษณ์ที่ปลดปล่อยออกมาส่งผลทำลายล้างต่อสิ่งก่อสร้างและสภาพแวดล้อมในเมืองได้อย่างสมจริงจน ผสานเข้ากับการเคลื่อนที่และปะทะกันกลางอากาศที่รวดเร็วและลื่นไหล แม้ว่าตัวเกมจะยังมีจุดที่น่าเสียดายในเรื่องของชุดสวมใส่หลักที่ไม่สามารถแยกส่วนผ้าได้อย่างอิสระหรือความยากในโหมดเนื้อเรื่องในศึกตัดสินกับ One For All ที่มีความยากเป็นอย่างมาก แต่ด้วยงานภาพระดับ Next-Gen ถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีชีวิตชีวาและตัวละครจัดเต็มที่สุดเท่าที่เคยมีมา ก็เพียงพอที่จะปิดตำนานสัญลักษณ์แห่งสันติภาพได้อย่างสมเกียรติและ Plus Ultra ที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัยตกหล่นหรือผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี่
ข้อดี
- ตัวละครมากมายให้เลือกเล่น
- มีโหมดให้เล่นหลากหลายรูปแบบ
- มีของรางวัลให้ปลดล็อกเยอะ
ข้อเสีย
- ไม่มีท่าไม้ตายคัทซีนอันทรงพลังแบบภาคเก่า
- การปรับแต่งตัวละครที่ไม่อิสระแบบภาคเก่า
- ฉากน้อยไปหน่อยเมื่อเทียบกับภาคเก่า
- ซากปรักหักพังในฉากค่อนข้างน่าอึดอัด
คะแนนรวม 7/10
MY HERO ACADEMIA: All's Justice วางจำหน่ายแล้ววันนี้บนแพลตฟอร์ม PlayStation5, Xbox X/S และ PC (Steam)
ทีมงาน P4G ขอขอบคุณ Bandai Namco Entertainment สำหรับตัวเกมเพื่อการรีวิวมา ณ ที่นี้
REVIEW by TAMAHOMME
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
0 ความคิดเห็น