6/recent/ticker-posts

รีวิว MY HERO ACADEMIA: All’s Justice รุ่งอรุณใหม่แห่งความยุติธรรม


MY HERO ACADEMIA: All's Justice ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด  Beyond the Arena ไม่ใช่เพียงแค่การหยิบเอาอนิเมะมาทำเป็นเกมต่อสู้เหมือนที่ผ่านมาโดยทีมพัฒนาได้ใช้เวลาเตรียมการกว่า 4 ปี  เพื่อเปลี่ยนโฉมจากเกมต่อสู้ในสังเวียนแบบเดิมสู่รูปแบบ Open-World Action RPG อย่างเต็มตัวคือการมอบอิสระให้ผู้เล่นสวมบทบาทเป็นฮีโร่ที่ต้องออกลาดตระเวนในเมืองขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ระบบการเล่นไม่ได้จำกัดแค่การต่อสู้ แต่รวมไปถึงการกู้ภัย การสืบสวน และการตัดสินใจในเหตุการณ์วิกฤตที่ส่งผลต่อค่า Public Trust ซึ่งเป็นหัวใจหลักของภาคนี้ นอกจากงานภาพที่สวยงามระดับภาพยนตร์อนิเมชั่นแล้ว ตัวเกมยังชูจุดเด่นด้วยระบบ Quirk Evolution ที่ให้อิสระในการพัฒนาพลังอัตลักษณ์ได้ตามสไตล์การเล่นของเราเอง พร้อมทั้งการกลับมาของเหล่าตัวละครที่คุ้นเคยให้เลือกเล่นมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในเกมซีรีส์นี้ และเนื้อเรื่องที่เข้มข้นสู่บทสรุปของเรื่องราวและจิตวิญญาณ Plus Ultra ที่สะสมมาตลอดทศวรรษ เพื่อมอบคำตอบให้แก่แฟนๆ ว่า การเป็นฮีโร่ที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร

โหมดเนื้อเรื่อง

MY HERO ACADEMIA: All’s Justice โหมดเนื้อเรื่องนั้นเน้นการถ่ายทอดประสบการณ์ช่วง Final War Arc (สงครามสุดท้าย) ของซีรีส์อย่างเข้มข้นผ่านมุมมองของตัวละครทั้ง 7 ทั้งฝั่ง ฮีโร่ และ วิลเลิน ทำให้เห็นมิติของสงครามและอุดมการณ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

 

ภาคนี้มีการพัฒนาคัทซีนในเกมที่แสดงอารมณ์ตัวละครได้ดีขึ้น พร้อมเสียงพากย์เต็มรูปแบบ และมีฉากพิเศษเฉพาะเวอร์ชันเกมที่ไม่เคยปรากฏในอนิเมะ โดยเนื้อหาจะครอบคลุมจนถึงการต่อสู้ในศึกตัดสินระหว่าง One For All และ All For One ที่การต่อสู้จะค่อยๆ ทวีความยากขึ้นตามสถานการณ์พร้อมเงื่อนไขพิเศษในแต่ละด่านที่ท้าทายฝีมือผู้เล่น

โหมดการเล่นเสริมที่ขยายเนื้อเรื่อง

นอกเหนือจากโหมดเนื้อเรื่องแล้วจุดเด่นในภาคนี้ก็คือการเล่นแบบ Open-World ที่กว้างใหญ่และไร้รอยต่อครอบคลุมตั้งแต่โรงเรียนยูเอย์ ย่านการค้า ไปจนถึงพื้นที่สลัมที่วิลเลินกบดานอยู่ โดยการใช้พลังของแต่ละตัวละครในการสำรวจโลก ตัวเราจะมี Smartphone ในการใช้งานเข้าถึงโหมดอื่น ๆ ได้อย่างอิสระ

แม้จะเป็นโลก Open-World แต่ระบบทำลายล้างยังคงทำงานอยู่ หากเกิดการปะทะกันในเมือง ตึกรามบ้านช่องและสิ่งก่อสร้างจะเสียหายทิ้งร่องรอยไว้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง เพิ่มความรู้สึกสมจริงของเกมให้กลายเป็นสังคมฮีโร่อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีโหมดการเล่นอื่นๆ ที่ช่วยเติมเต็มเนื้อหาให้สมบูรณ์ ดังนี้

Hero's Diary: โหมดนี้เน้นไปที่ชีวิตประจำวันและภารกิจพิเศษของนักเรียนห้อง 1-A แต่ละคน ซึ่งมีเรื่องราวออริจินัลที่ไม่เคยปรากฏในอนิเมะ

Archives Battle: โหมดที่ย้อนกลับไปเล่นฉากการต่อสู้ระดับตำนานจากซีซัน 1-7 เพื่อรวบรวมความทรงจำของเหล่าฮีโร่

Team Up Mission: โหมดกึ่ง Open-World ที่ให้เราร่วมทีมกับนักเรียนห้อง 1-A ออกทำภารกิจในเมืองจำลอง ซึ่งมีเนื้อหาออริจินัลแทรกอยู่

เกมเพลย์ระบบต่อสู้

ระบบต่อสู้ใน MY HERO ACADEMIA: All's Justice ยังคงเป็นการต่อสู้แบบ 3 vs 3 ในขณะที่ตัวละครหลักสู้ อีก 2 ตัวละครในทีมจะทำหน้าที่เป็น Sidekick ซึ่งมีระบบใหม่

  • Defense Call: เรียกเพื่อนออกมากันการโจมตีหรือช่วยสะท้อนดาเมจในจังหวะที่เราโดนคอมโบ (Combo Breaker)
  • Attack Assist: เรียกเพื่อนออกมาช่วยต่อคอมโบหรือใช้ท่าไม้ตายต่อเนื่อง

ภาคนี้ได้ยกเครื่องเอนจิ้นใหม่หมดเพื่อรองรับพลังทำลายล้างระดับ "Plus Ultra" โดยเปลี่ยนจากเกมต่อสู้แบบเดิมสู่ระบบ High-Speed Open-Field Combat ที่ดุเดือดขึ้นทำให้พลังอัตลักษณ์ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมได้จริงฉากการต่อสู้ในเมืองมูซึตาฟุจะพังพินาศตามความแรงของท่าไม้ตาย ทุกอย่างในฉาก ตั้งแต่เสาไฟ รถยนต์ ไปจนถึงอาคารขนาดใหญ่ สามารถถูกทำลายได้จากการปะทะ ระบบนี้ไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงาม แต่เศษซากจากการพังทลายสามารถนำมาใช้เป็นที่กำบังในระหว่างการต่อสู้ได้จริง

อิสระในการควบคุม

การควบคุมทำออกมาให้เข้าถึงง่ายแต่มีความลึกในการฝึกฝนจังหวะการหลบหลีก (Perfect Dodge)การสวนกลับ (Counter)ที่ท้าทายและการต่อสู้ไม่ได้จำกัดแค่บนพื้นดินอีกต่อไป ผู้เล่นสามารถพุ่งตัว (Dash) และปะทะกันกลางอากาศได้อย่างอิสระแบบ 360 องศา 

ระบบ Quirk Combo & Plus Ultra Meter 

  • Custom Combo: ผู้เล่นสามารถสลับใช้ท่าโจมตีเบาและหนักเพื่อสร้างคอมโบเฉพาะตัว และสามารถเรียก Sidekick ออกมาช่วยโจมตีสนับสนุนเพื่อต่อคอมโบให้ยาวขึ้นได้
  • Final Smash: เมื่อเกจ Plus Ultra เต็ม จะสามารถปลดปล่อยท่าไม้ตายสูงสุดที่มีคัทซีนสุดอลังการ ซึ่งความแรงจะขึ้นอยู่กับค่า Public Trust หรือแรงสนับสนุนจากประชาชนในขณะนั้นด้วย

ตัวละครและการปรับแต่ง

ถือว่าเป็นการรวมพลครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เกมฮีโร่โดยมีตัวละครให้เลือกเล่นมากกว่า 60 ตัว ครอบคลุมตั้งแต่รุ่นบุกเบิกไปจนถึงศึกสุดท้าย และในส่วนการปรับแต่งถูกแบ่งออกเป็น 2 โหมดหลักเพื่อตอบโจทย์ทั้ง "รูปลักษณ์ตัวละคร" และ "เอกลักษณ์ของผู้เล่น"

โหมดปรับแต่งโปรไฟล์ผู้เล่น (Player Profile Customization)

  • การ์ดผู้เล่น (Player Card): ออกแบบนามบัตรของคุณด้วยการเลือก สัญลักษณ์ , พื้นหลัง และฉายาที่ปลดล็อกได้จากภารกิจต่างๆ
  • สติกเกอร์และอาร์ตเวิร์ก (Stickers & Illustrations): ตกแต่งการ์ดด้วยภาพวาดระดับตำนานจากมังงะหรืออนิเมะ เพื่อโชว์ความคลั่งไคล้ในซีรีส์ให้คู่ต่อสู้เห็นก่อนเริ่มแมตช์

โหมดปรับแต่งตัวละคร (Character Customization)

 

  • เครื่องแต่งกาย (Outfits): น่าเสียดายที่ภาคนี้ไม่ได้แยกชิ้นส่วนสวมใส่แบบภาคก่อนแต่มาเป็นแบบชุดยกเซ็ตที่มีโทนสีให้เลือกหลากหลายเฉดสีแค่นั้น
  • เสียงและท่าทาง (Voice & Emotes): เลือกเสียงพากย์ตอนเข้าสู้ (Entrance) หรือตอนใช้ท่า Plus Ultra รวมถึงท่าโพสตอนชนะ (Victory Pose) เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ตัวเกมใช้เทคโนโลยี Cel-shading ที่ไม่ได้แค่ทำให้ออกมาเหมือนการ์ตูน แต่เป็นการดึงเอาเอกลักษณ์การลงเส้นพู่กันที่ดุดันของอาจารย์โฮริโกชิมาใช้ในรูปแบบ 3D เส้นขอบตัวละครจะมีความหนาบางตามจังหวะการเคลื่อนไหว และมีการใช้  Onomatopoeia (ตัวอักษรเอฟเฟกต์เสียงแบบญี่ปุ่น) ปรากฏขึ้นมาในจังหวะการปะทะหนักๆ ทำให้ดูเหมือนหลุดออกมาจากมังงะ

งานภาพกราฟิก



ตัวเกมใช้เทคโนโลยี Cel-shading ที่ไม่ได้แค่ทำให้ออกมาเหมือนการ์ตูน แต่เป็นการดึงเอาเอกลักษณ์การลงเส้นพู่กันที่ดุดันของอาจารย์โฮริโกชิมาใช้ในรูปแบบ 3D เส้นขอบตัวละครจะมีความหนาบางตามจังหวะการเคลื่อนไหว และมีการใช้  Onomatopoeia (ตัวอักษรเอฟเฟกต์เสียงแบบญี่ปุ่น) ปรากฏขึ้นมาในจังหวะการปะทะหนักๆ ทำให้ดูเหมือนหลุดออกมาจากมังงะ

สรุป

MY HERO ACADEMIA: All's Justice ถือเป็นบทสรุปทางการสู้รบที่ทะเยอทะยานและสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่ซีรีส์นี้เคยเนรมิตขึ้นมา โดยตัวเกมได้ก้าวข้ามขีดจำกัดจากภาคก่อน ๆ ผ่านเหตุการณ์มหาสงครามครั้งสุดท้ายที่ผู้เล่นจะได้สวมบทบาทสลับมุมมองระหว่างฝั่งฮีโร่และวิลเลิน เพื่อสัมผัสถึงน้ำหนักของคำว่ายุติธรรมที่แตกต่างกันในจิตใจของแต่ละตัวละคร ซึ่งความโดดเด่นที่สุดของภาคนี้หนีไม่พ้นระบบการต่อสู้ที่ถูกอัปเกรดทำให้ทุกอัตลักษณ์ที่ปลดปล่อยออกมาส่งผลทำลายล้างต่อสิ่งก่อสร้างและสภาพแวดล้อมในเมืองได้อย่างสมจริงจน ผสานเข้ากับการเคลื่อนที่และปะทะกันกลางอากาศที่รวดเร็วและลื่นไหล แม้ว่าตัวเกมจะยังมีจุดที่น่าเสียดายในเรื่องของชุดสวมใส่หลักที่ไม่สามารถแยกส่วนผ้าได้อย่างอิสระหรือความยากในโหมดเนื้อเรื่องในศึกตัดสินกับ One For All ที่มีความยากเป็นอย่างมาก แต่ด้วยงานภาพระดับ Next-Gen ถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีชีวิตชีวาและตัวละครจัดเต็มที่สุดเท่าที่เคยมีมา ก็เพียงพอที่จะปิดตำนานสัญลักษณ์แห่งสันติภาพได้อย่างสมเกียรติและ Plus Ultra ที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัยตกหล่นหรือผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี่

ข้อดี
-    ตัวละครมากมายให้เลือกเล่น
-    มีโหมดให้เล่นหลากหลายรูปแบบ
-    มีของรางวัลให้ปลดล็อกเยอะ

ข้อเสีย
-    ไม่มีท่าไม้ตายคัทซีนอันทรงพลังแบบภาคเก่า
-    การปรับแต่งตัวละครที่ไม่อิสระแบบภาคเก่า
-    ฉากน้อยไปหน่อยเมื่อเทียบกับภาคเก่า
-    ซากปรักหักพังในฉากค่อนข้างน่าอึดอัด

คะแนนรวม 7/10

MY HERO ACADEMIA: All's Justice วางจำหน่ายแล้ววันนี้บนแพลตฟอร์ม PlayStation5, Xbox X/S และ PC (Steam)

ทีมงาน P4G ขอขอบคุณ Bandai Namco Entertainment สำหรับตัวเกมเพื่อการรีวิวมา ณ ที่นี้

REVIEW by TAMAHOMME

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น