6/recent/ticker-posts

รีวิว The Blood of Dawnwalker เงาสาปแห่งทิวากร


The Blood of Dawnwalker คือมหากาพย์เกมแนว Dark Fantasy Action RPG เกมจากทีมผู้สร้าง The Witcher 3 ที่จะพาผู้เล่นดำดิ่งสู่ยุโรปในศตวรรษที่ 14 ยุคที่มืดมนที่สุดของมนุษยชาติ ท่ามกลางความสิ้นหวังของสงครามและภัยพิบัติกาฬโรคแต่ภัยร้ายที่แท้จริงกลับซ่อนอยู่ในเงามืด เมื่อเหล่าแวมไพร์และอสูรกายโบราณเริ่มออกล่าเพื่อยึดครองโลกจะได้รับบทเป็นโคเอนชายหนุ่มที่ถูกพรากทุกสิ่งและถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตครึ่งมนุษย์ครึ่งแวมไพร์ที่ต้องเผชิญกับคำสาปการเดินทางเพื่อล้างแค้นและปกป้องสิ่งที่คุณรักทุกการเลือกและทุกวินาทีที่ผ่านไปจะเปลียนชะตากรรมของโลกใบนี้ไปตลอดกาล

เนื้อเรื่อง


เหตุการณ์ในเกมเกิดขึ้นใน ยุโรปศตวรรษที่ 14 (ปี ค.ศ. 1347) ช่วงเวลาที่มนุษยชาติกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษและกาฬโรค ความอ่อนแอและการล่มสลายของอาณาจักรมนุษย์ กลายเป็นโอกาสทองให้เผ่าพันธุ์โบราณที่ซ่อนตัวในเงามืดอย่าง แวมไพร์ ก้าวเท้าออกมาจากการหลบซ่อน พวกมันเข้ายึดครองดินแดนและสถาปนาอำนาจขึ้นมาใหม่ โดยมองว่ามนุษย์ที่รอดชีวิตเป็นเพียงปศุสัตว์หรือแหล่งอาหารที่มีไว้เพื่อรีดเลือดเท่านั้น


 ภายในเกมเราจะได้รับบทเป็น Coen ชายหนุ่มธรรมดาที่ต้องเผชิญกับฝันร้ายเมื่อ Brencis ลอร์ดแวมไพร์ผู้ทรงอำนาจได้นำกองทัพเข้าทำลายหมู่บ้านและ ลักพาตัวครอบครัวของเขาไป ในการต่อสู้ครั้งนั้น โคเอนถูกกัดและทิ้งให้ตาย ทว่าร่างกายของเขากลับเกิดปฏิกิริยาพิเศษจนกลายสภาพเป็น Dawnwalker ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตลูกครึ่งที่เป็นมนุษย์ในเวลากลางวันและกลายร่างเป็นแวมไพร์ในเวลากลางคืน ทำให้เขาได้รับพลังเหนือธรรมชาติมาพร้อมกับคำสาปอันแสนเจ็บปวด

เกมเพลย์

ระบบเกมเพลย์ของ The Blood of Dawnwalker เป็นแนว Action RPG มุมมองบุคคลที่สามในโลกกว้างแบบ Open-World โดยมีจุดเด่นสำคัญอยู่ที่ระบบการเล่นแบบ “ชีวิตสองโลก (Dual Identity)” ของตัวเอก Coen ที่เปลี่ยนผ่านตามวัฏจักรเวลาพร้อมระบบต่อสู้ที่กดดันผู้เล่นอย่างหนัก

ระบบกลางวันและกลางคืน

กลางวัน ร่างมนุษย์เน้นการใช้ดาบ และพึ่งพา เวทมนตร์แม่มด (Hex/Rune Magic) ที่สลักลงบนผิวหนัง การฟื้นฟูเลือดต้องกินอาหารเหมือนมนุษย์ปกติ เน้นการเดินทางสืบหาเบาะแส สำรวจเมือง และการต่อสู้เชิงกลยุทธ์

กลางคืน ร่างแวมไพร์สกิลการเคลื่อนไหวจะเหนือชั้นขึ้นมาก สามารถวิ่งไต่กำแพง เทเลพอร์ตระยะสั้น หรือ แปลงร่างเป็นหมาป่าเพื่อวิ่งระยะไกล อาวุธเปลี่ยนเป็นกรงเล็บและเขี้ยวแวมไพร์ มีพลังโจมตีที่รุนแรงและเร็วกว่าร่างมนุษย์มาก แต่ต้องแลกกับการคอยดื่มเลือดมนุษย์เพื่อรักษาพลังงานและความหิว

ระบบต่อสู้ใช้ชั้นเชิงแบบแทคติก

ระบบต่อสู้ของเกมนี้ไม่ใช่การกระหน่ำถาโถมกดปุ่มรัว ๆ ฟาดฟันใส่ศัตรู แต่เป็นการต่อสู้ใช้ชั้นเชิงแบบ Tactical Combat คล้ายเกมแนว For Honor หรือ Kingdom Come

การฟันและการป้องกัน เราต้องเลือกทิศทางการเหวี่ยงดาบหรือกรงเล็บ (ซ้าย, ขวา, บน) เพื่อเจาะการป้องกันของศัตรู และในทางกลับกันเมื่อศัตรูโจมตีต้องคอยดูสัญญาณไฟสีแดงหรือลูกศรบนจอเพื่อกดบล็อกให้ถูกทิศทาง

Perfect Block & Parry หากกดบล็อกถูกทิศทางในจังหวะสุดท้ายก่อนโดนโจมตี จะเป็นการเป่าการโจมตีศัตรู (Parry) ทำให้ไม่เสียค่า Stamina และเปิดโอกาสให้สวนกลับได้อย่างรุนแรง

ท่าไม้ตาย เมื่อป้องกันสำเร็จบ่อย ๆ จะสะสมเกจพลังเพื่อกดใช้ Active Abilities (สกิลโจมตีหมู่, สกิลฟื้นฟู) ซึ่งระหว่างที่ปล่อยท่าเราจะอยู่ในสถานะอมตะชั่วคราว

ระบบเวลา 30 วันที่เปลี่ยนไปตามการกระทำ

ภายใน 30 วันภารกิจของเราคือการช่วยเหลือครอบครัวหากมัวแต่ทำเควสต์ย่อยจนเวลาหมด ครอบครัวก็จะถูกลอร์ดแวมไพร์ประหารชีวิตหลังจากนั้น ตัวเกมจะปลดล็อกเงื่อนไขเวลาออกไปทันที และเปลี่ยนโทนของเกมจากภารกิจช่วยเหลือครอบครัว กลายเป็นมหากาพย์การล้างแค้นอย่างเต็มตัวะสามารถวิ่งทำเควสต์ย่อยที่เหลือ ล่าแวมไพร์ และสำรวจโลกเปิดได้ยาวนานเท่าที่ต้องการ โดยไม่มีการจำกัดเวลาอีกต่อไป

ระบบการพัฒนาตัวละคร

การพัฒนาความสามารถของ Coen จะถูกแบ่งออกเป็น 2 สายหลัก ซึ่งผู้เล่นต้องเลือกอัปเกรดหรือรักษาสมดุลตามสไตล์การเล่น

สายมนุษย์ เน้นการอัปเกรดรอยสักรูนบนร่างกาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เวทมนตร์สืบสวน การต่อสู้ด้วยอาวุธทั่วไป และเพิ่มทักษะด้านการเจรจากับ NPC ในช่วงกลางวัน

สายแวมไพร์ พัฒนาผ่านการปลดล็อกพลังแวมไพร์ในช่วงกลางคืน เช่น ความเร็วในการเคลื่อนที่ พลังโจมตีทางกายภาพที่รุนแรง ทักษะการพรางตัวและการฟื้นฟูพลังชีวิตจากการสูบเลือด

ปัญหาด้าน Performance

 

เนื่องจากเป็นเกมสเกลใหญ่ตัวแรกของค่าย ฯ  เกมค่อนข้าง กินทรัพยากรเครื่องสูงมากโดยเฉพาะบน PC (แม้แต่การเล่นบนเครื่องพกพาก็ทำเฟรมเรตได้ค่อนข้างต่ำ) ในฝั่งคอนโซลอย่าง PS5 ตัวเกมมีโหมด Balanced (รองรับ 120Hz และ VRR) ที่ให้ภาพที่สวยและเฟรมเรตที่เสถียรที่สุด แต่สำหรับโหมด Quality ภาพจะมีความแกว่งและกระตุกให้เห็นอยู่บ้าง รวมถึงบั๊กแสงไฟหรือคัตซีนที่บางครั้งยังมีหลุด ๆ ออกมาให้เห็นในเวอร์ชันแรก ๆ

ประสบการณ์เล่นบน PlayStation 5 Pro


 

ตัวเกมดึงประสิทธิภาพของ PS5 Pro Enhanced มาใช้ประมวลผลกราฟิก Unreal Engine 5 ได้อย่างเต็มที่
รันภาพได้สวยงามและลื่นไหลกว่ารุ่นปกติ โดยเฉพาะการเรนเดอร์แสงเงาและบรรยากาศอันมืดหม่นของยุโรปในศตวรรษที่ 14 โหมด Performance ช่วยให้เฟรมเรตนิ่งขึ้น ซึ่งมีส่วนช่วยพยุงระบบการต่อสู้ที่ค่อนข้างแข็งให้เล่นได้สบายตามากขึ้น

กราฟิกและเสียง


 

จุดเด่นที่งานภาพทำได้ยอดเยี่ยมคือการเล่นกับแสงและมวลบรรยากาศในเวลากลางวันโลกจะดูแห้งแล้ง หม่นหมองจากพิษของกาฬโรค แต่เมื่อเข้าสู่เวลากลางคืน แสงจันทร์และเงาของสิ่งปลูกสร้างจะถูกขับเน้นให้ดูอันตรายและน่าเกรงขาม เพลงธีมหลักและเพลงฉากต่อสู้ สรรค์สร้างออกมาได้เร้าอารมณ์มาก โดยเฉพาะท่วงทำนองการขับร้องที่ประสานเสียงแบบโหยหวน ซึ่งให้กลิ่นอายความขลังและดิบเถื่อนคล้ายคลึงกับซีรีส์ The Witcher

สรุป

The Blood of Dawnwalker ถือเป็นซีรีส์ใหม่ของสตูดิโอ Rebel Wolves มันไม่ใช่เกมโลกเปิดที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติและยังมีจุดที่ขาดความขัดเกลาอยู่บ้าง แต่ด้วยพล็อตเรื่องแวมไพร์ที่ลุ่มลึก ระบบสลับร่างกลางวันกลางคืนที่มอบอิสระในการเล่น และกลไกเวลาที่สดใหม่ งานภาพอาจไม่ได้สวยล้ำสู้เกมระดับพรีเมียม AAA บางเกม แต่ทดแทนด้วยงานศิลป์ยุคกลางที่ดาร์กสะใจและเต็มไปด้วยมนต์ขลัง ผสานกับงานพากย์และดนตรีประกอบแนวโหยหวนที่ช่วยผลักดันอารมณ์ดิบเถื่อนของแวมไพร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ติดอย่างเดียวคือตัวเกมค่อนข้างกินสเปกและยังมีปัญหาเรื่องเฟรมเรตที่ยังต้องรอการขัดเกลาเพิ่มเติมทำให้เกมนี้เป็นหนึ่งในเกม RPG ดาร์กแฟนตาซีที่คนชอบเสพเนื้อเรื่องและชอบความท้าทายไม่ควรพลาด ตกหล่นหรือผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี่

ข้อดี

  • เนื้อเรื่องดาร์กแฟนตาซีเข้มข้น
  • ระบบเวลา 30 วันแปลกใหม่และสร้างคุณค่าในการเล่นซ้ำ
  • ระบบสลับร่างกลางวัน กลางคืนทำออกมาได้น่าสนใจ

ข้อเสีย

  • มุมกล้องตอนล็อกเป้าศัตรูจำนวนมากยังทำได้ไม่ดี
  • อนิเมชันการต่อสู้ในร่างมนุษย์และแวมไพร์ดูคล้ายกันเกินไป
  • ปัญหาหาด้าน Performance ที่มีอาการเฟรมเรทตกในบางจุด
  • พบปัญหาอาการเกม Crashes

คะแนนรวม 7/10

The Blood of Dawnwalker วางจำหน่ายแล้ววันนี้บนแพลตฟอร์ม PlayStation 5, Xbox Series X/S และ PC (Steam)

ทีมงาน P4G ขอขอบคุณ Bandai Namco Entertainment สำหรับตัวเกมเพื่อการรีวิวมา ณ ที่นี้

REVIEW by TAMAHOMME

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น